วิจารณ์ From Up On Poppy Hill
-
Nature (เลขที่ 294178) เมื่อ 16 พ.ค. 55 23:18
ชอบโทนเรื่อง ย้อนยุค หวนถึงวันเก่าๆดี เพลงเพราะมาก
-
lllsss (เลขที่ 313154) เมื่อ 13 พ.ค. 55 18:09
เป็นหนังที่สะท้อนสังคมญี่ปุ่นในสมัย1960ได้ดีครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังจะเป็นเจ้าภาพงานโอลิมปิก คนส่วนใหญ่เลือกที่จะละเลยสิ่งเก่าๆมุ่งหน้าหาสิ่งใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่ไม่ลืมรากเหง้าของตนและอยากที่รักษาขนบธรรมเนียมเก่าๆไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งใหม่ๆอย่างสิ้นเชิง
คุณGoro ผู้กำกับอนิเมชั่น ก็เลือกตึกละตินควอเตอร์อันเป็นตึกเก่าแก่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในโยโกฮาม่ามาเป็นศูนย์กลางของการแสดงความขัดแย้งนี้ การดำเนินเรื่องถูกถ่ายทอดออกมาอย่างอบอุ่น ไม่ซับซ้อน ดูแล้วมีความสุข ทำเรื่องที่ดูเหมือนจะหนักออกมาน่ารักและน่าประทับใจ
ฉากต่างๆในหนังถูกทำออกมาอย่้างตั้งใจปราณีต และสวยงามมากๆครับ ผมหลงรักบรรยากาศหลายๆอย่างในเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือ ทิวทัศน์ชนบทที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หรือจะเป็นความวุ่นวายของกรุงโตเกียวอันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น บวกกับเพลงประกอบที่สุดแสนจะไพเราะที่คลอไปทั้งเรื่อง โดยมีการนำเพลงจากยุคนั้นมาใช้จริงๆ ทำให้เรื่องราวยิ่งดูมีน้ำหนักมากขึ้น
แต่ในทางกลับกัน ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่ที่รายละเอียดของความสัมพันธ์ระหว่างชุนและยูมิ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าทำออกมาเร็วและง่ายไปหน่อยครับ
From Up On Poppy Hillอาจจะไม่ใช่การ์ตูนเรื่องที่ดีที่สุดของStudio Ghibi แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นการ์ตูนที่มีค่าต่อการรับชมเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้เข้าชมคงมีความรู้สึกอย่างเดียวกันแน่.......ดูแล้วมีความสุขจัง -
ชอบมาก (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 2 พ.ค. 55 17:13
อย่าพลาดนะครับ สนุกมากๆ เพลินจริงๆ
การ์ตูน ของ จิบลิ สตูดิโอ ค่ายนี้ ดูแล้วประทับใจทุกเรื่องเลย ^^ -
KymBerLeY (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 26 เม.ย. 55 16:14
ไม่ว่าจะยุคใด เยาวชนก็ยังคงเป็นความหวังให้กับวันใหม่เสมอ
ยิ่งยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยแล้ว ยิ่งเห็นชัดเลย...เืรื่องนี้ก็เช่นกัน ^^
เพียงแต่ไม่ได้สื่อออกมาให้ดูหนัก แต่ก็ไม่ได้เบาหวิวแบบผ่านเลยไป
ดูแล้วได้สาระผ่านสีสันสวยงามและคลาสสิกแบบฉบับของการ์ตูนจิบลิ
ความยึดมั่นในขนบเดิมและอยากสืบสานต่อของวัยรุ่น ทำให้คนดูรู้สึกดีตามไปด้วย
เพราะการ "รัก" ในสิ่งที่เป็น "ตัวตน" ของตัวเอง โดยไม่ลืมอดีตที่ผ่านมา
ทำให้รู้คุณค่าของปัจจุบันที่เป็นอยู่ และยิ่งตระหนักถึงเมื่อจะมีอนาคตเข้ามาแทรกแซงให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่่สองตัวเอกและกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันร่วมกันทำ เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ดูแล้วฮึกเหิม
บวกกับมองย้อนกลับไปถึงตัวเองว่า แล้วเราสมัยอายุเท่าตัวละคร เคยทำอะไรแบบนี้ไหม (สงสัยจะไม่เคย ^^")
ที่ชอบมากคือบรรดาเพลงประกอบที่คลอไปทั้งเรื่องมีแต่เพลงเพราะๆ ทั้งนั้น
มีอยู่เพลงหนึ่งคุ้นหูมาก แต่นึกชื่อไม่ออก ดูจบก็รีบไปค้นหาดู ปรากฏว่า..ถึงบางอ้อเลย ^^
เพลง Sukiyaki (ที่ต้นฉบับเป็นคุณ Kyu Sagamoto ร้อง)
เพิ่งรู้ว่า เพลงต้นฉบับเกิดขึ้นมายาวนานตั้งแต่สมัย 1963
(ปัจจุบันมีคนเอามาร้องใหม่หลายครั้งมาก หลายภาษาด้วย ... ไทยก็มีนะ~)
ชอบตั้งแต่คำร้องท่อนแรกเลย...ue wo muite ... arukou ...~
.... ชอบจัง .... ไพเราะจริง .... (เคลิ้มมมมมม)
ใครที่เป็นแฟน จิบลิ สตูดิโอ ... อย่าพลาดเรื่องนี้ก็แล้วกันนะคะ ^.^
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
advertisement
วันนี้ในอดีต
คู่กรรมเข้าฉายปี 2013 แสดง ณเดชน์ คูกิมิยะ, อรเณศ ดีคาบาเลส, นิธิศ วารายานนท์
สังหรณ์เข้าฉายปี 2003 แสดง อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, วรเวช ดานุวงศ์, กวี ตันจรารักษ์
Tears of the Sunเข้าฉายปี 2003 แสดง Bruce Willis, Monica Bellucci, Cole Hauser
เกร็ดภาพยนตร์
- Life Partners - คริสเตน เบลล์ ถูกวางตัวให้มารับบท ซาชา แต่จำเป็นต้องถอนตัวเพราะตั้งครรภ์ อีวาน ราเชล วูด จึงเป็นนักแสดงคนถัดไปที่จะเข้ามารับบทนี้แทน แต่ อีวาน ก็ตั้งครรภ์เช่นกันจึงต้องถอนตัวออกไปอีกคน ภายหลังบทนี้ก็ได้ เลห์ตัน มีสเตอร์ มาแสดงในที่สุด อ่านต่อ»
- Pitch Perfect 2 - รีเบล วิลสัน ผู้รับบท แฟต เอมี อยากให้นักร้อง เดมี โลวาโต มารับบทสมาชิกวง เบลลาส์ แต่ตอนนั้น เดมี อยากทุ่มเทให้กับผลงานเพลงและการเดินทางแสดงคอนเสิร์ตมากกว่า อ่านต่อ»