วิจารณ์ Kung Fu Panda 2

วิจารณ์ภาพยนตร์
  • เมื่อ 2 มิ.ย. 54 05:08

    เป็นการ์ตูนแอ๊คชั่นที่มันส์ได้ใจ แอบอิจฉาเด็ก ๆ สมัยนี้ที่ได้ดูการ์ตูนดีๆ เพราะสมัยผม การ์ตูนเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวา สนุกดีครับ ดูเพลินตาทั้งเรื่อง เนื้อเรื่องก็กระชับ เลยทำให้เหมือนหนังจบไวมาก อืม มุขตลกสำหรับผมก็พอได้ฮา ยังไม่ที่สุด แต่เนื้อเรื่องผมยกให้เลย ยอดเยี่ยมครับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 1 มิ.ย. 54 18:18

    สนุกมาก ไม่ผิดหวัง ภาคสามมาเมื่อไหร่จะดูอีก เย้ 10/10

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 30 พ.ค. 54 21:43

    ฮามากคับ สุดยอดเลยภาคนี้ สนุกมากๆๆ ตอนจบมีแอบซึ้งด้วย น้ำตาจะไหล 10/10 คับ รับรองดูรอบ2แน่นอน

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 30 พ.ค. 54 19:08

    (วิจารณ์)

    หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปดูโรงหนังมานาน ขอคลายเครียดดูหนังที่รอคอยมานานอย่าง กังฟู แพนด้า 2 ละกัน แอบน้อยใจนิดตรงที่โรงหนังใกล้บ้านไม่เอาเรื่องนี้ฉายระบบ 3D (ระบบ 3D นั้นมีแต่เครื่องไพเรท 4 ) ซึ่งผมก็ไม่ได้ต้องการไปดูที่อื่น เพราะผมไม่ต้องการเจอผีบีบี ไม่ต้องการเจอผีชอบคุย และไม่ต้องการดูหนังสด โรงหนังใกล้บ้านผมนั้นคนดูน้อยนั่นเอง ก็เลยไปดูซะเลย

    เนื้อเรื่อง

    เนื้อเรื่องกล่าวหลังจากภาค 1 ซึ่งเอ่ยถึงวายร้ายตัวใหม่ ซึ่งวางแผนที่จะโค่นล้มวิชากังฟูและยึดครองประเทศจีน ด้วยอาวุธลํ้าสมัย นั่นก็คือ ดอกไม้ไฟ (จรวดย่อมๆ เลยแหละ) และงานนี้พรรคพวกของโปจึงต้องไปหยุดยั้งมัน ในภาค 2 นี้จะเปิดเผยถึงอดีตของโปอีกด้วยว่าทำไมพ่อของเขาถึงเป็นห่าน

    วิจารณ์

    ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอชื่นชอมทีมงานของ DreamWork ด้วยนะครับว่า ท่านยังทำให้หนังเรื่องนี้สุดยอดมากยิ่งขึ้น และจะตราตรึงในหัวใจของแฟนๆ ภาพยนต์ไปมากยิ่งขึ้นด้วย และเนื้อเรื่องนั้นก็ไม่ใช่เตะๆ ต่อยๆ เน้นฮาอย่างเดียวซะด้วย ยังจะมีบทซึ้งกินใจมาให้อีกต่างหาก และเรียกได้ว่า ภาค 2 นี้มันเติมเต็มอารมณ์ที่ขาดหายไปในจักรวาลของ กังฟู แพนด้า ได้สมบูรณ์แบบซะด้วยสิ

    เนื้อเรื่องนั้นจะมีให้เราเห็นหลักๆ 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือการพยายามขัดขวางตัวร้าย ซึ่งเป็นนักยูงตัวผู้ ผู้ที่คิดค้นดอกไม้ไฟ ซึ่งกำลังจะเป็นอาวุธอันร้ายแรง (แต่ในประวัติศาสตร์ของเรามันก็เป็นจุดเริ่มต้นของอาวุธร้ายแรงจริงๆ นะแหละ) และส่วนที่สองก็คือ อดีตของโป เขาเป็นใคร มาจากไหน และทำไมถึงมีพ่อเป็นห่าน ตรงจุดนี้อยากจะบอกว่าเนื้อเรื่องคล้ายคลึงกับการ์ตูนเรื่องนึงของ CartoonNetwork เลยครับ และซีรี่ย์การ์ตูนที่ว่าก็อวสานไปแล้วด้วย (ไม่บอกชื่อเรื่องนะครับ เพราะบอกท่านก็เดาเนื้อเรื่องได้) และผมว่านั่นนะ มันคือการประสานเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยม

    ถึงแม้ว่าโป แพนด้าตัวเอกของเรื่องนั้นจะมีพลังวิชากังฟูที่เว่อร์มหาโคตร ลองนึกถึงภาคแรกดูละกัน โดยเฉพาะตอนที่สู้กับไต้ลุงตอนท้าย มีพลังขนาดทำลายเมืองทั้งเมืองยังได้เลย แต่ในภาค 2 นี้เหมือนกับว่าทางทีมงานจะปรับลดความเว่อร์นี้ให้ลดน้อยลงเพื่อความสมดุลของเนื้อเรื่อง (ไม่งั้นตัวร้ายมันได้โดนโปตบตายตั้งแต่เริ่มเรื่องละ) และจะบอกว่าในภาค 2 นี้ การประสานท่าต่อสู้นั้นภาค 2 ได้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ในภาคแรก คุณไม่เคยเห็นโปร่วมกับ 5 ผู้พิทักษ์ประสานต่อสู้ แต่ในภาคนี้ เห็นกันหลายฉากกันเลยทีเดียว ตรงนี้ถ้าใครเป็นแฟนเฉินหลง จะมีฉากสไตล์การต่อสู้ของเฉินหลงใส่ไปด้วยนะครับ

    แต่ทว่า ฉากต่อสู้นั้นถึงจะสนุกสนาน เว่อร์ มันส์ขนาดไหน แต่จะบอกว่าใครไม่เคยไปดู แล้วต้องการดูฉากต่อสู้หละก็ ผมไม่แนะนำระบบ 3D แล้วหาที่นั่งตรงกลางซะ เพราะฉากต่อสู้นั้น แค่ฉากๆ เดียวมีเยอะมาก รับรองกวาดตามองแทบไม่ทัน ซึ่งจะแตกต่างจากภาคแรก ตรงที่จะเป็นการเน้นสู้กันเดี่ยวๆ (จะมีอยู่ฉากนึงที่สู้กันเยอะๆ อย่างตอน 5 ผู้พิทักษ์เจอไต้ลุงครั้งแรก) ผมได้ซื้อตั๋วนั่งดูบนสุดเพราะไม่เคยนั่ง และได้ราคาถูกอยู่ แต่พอมันเลยช่วงนี้ไปแล้วผมต้องลงมานั่งข้างล่างอีกแถว เพราะมองไม่ทันจริงๆ ไวมาก มีให้เลือกดูเยอะมาก ฉากดังกล่าวจึงเหมาะแก่การนำมาดูซํ้า เพื่อที่จะได้เก็บรายละเอียดทั้งหมดครับ

    เรื่องของการดำเนินเรื่องนั้น จะมีการสลับภาพการ์ตูน 2D สลับกันไปบางฉาก ซึ่งก็เท่ากันด้วยดี การดำเนินเรื่องค่อนข้างไว ฉากต่อสู้นี้ถ้ามีก็คือจะมีกันต่อเนื่อง ฉากเอาฮามันก็ฮาจริงๆ (แต่ที่ไปดูในโรง เหมือนผู้ใหญ่หลายคนไม่ค่อยเก๊กมุข) และพอถึงฉากซึ้ง จะบอกว่าเล่นทำเอาผมนํ้าตาไหลพราก มีหนังไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้ผมนํ้าตาไหลพรากออกมาได้ ไม่ใช่แค่นํ้าตาคลอด้วย แต่ไหลอาบแก้มเลย ตรงนี้แหละที่ผมอยากบอกว่า เรื่องนี้เล่นอารมณ์คนดู โดยเฉพาะเด็กๆ ได้อย่างจังเลย แม้ว่ากับนิสัยเด็กไทยจะไม่ค่อยดูตลอด แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วผมคิดว่ายังไงเด็กก็ตั้งใจดูอยู่แล้ว ถามหน่อย ในเมืองไทยมีเด็กที่ดูหนังกี่คนที่ไม่ดูเรื่องกังฟูแพนด้า ? ผมคิดว่าน้อยนะ

    ส่วนความอลังการของฉากนั้นแน่นอนว่าก็ต้องทำให้มันดีกว่าภาคแรก จะบอกว่าในตัวอย่างนะ ไอ้ฉากพระราชวังถล่มนั่นนะ มันยังไม่ใช่ฉากไคลแมกซ์ของเรื่องนะครับ แค่กลางๆ เรื่อง ยังมีฉากที่ยิ่งใหญ่กว่านี้รอให้ชม และก็จะปิดท้ายด้วยความประทับใจอันงดงาม และจะบอกว่ายังมีแถมให้อีกหน่อยนึงด้วย ซึ่งอารมณ์แนวนี้จะออกคล้ายๆ เมก้ามายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ ต่อเนื่องเหมือนเมก้ามายเท่าไหร่นัก

    ในส่วนของเรื่องภาพนั้น ยังใช้คอนเชป ภาพอาร์ตสไตล์จีนเป็นฉากหลังเหมือนเดิม แต่จะมีการเก็บรายละเอียดเพิ่มมาหน่อย ถ้าเทียบกับเมก้ามายแล้วผมคิดว่ารายละเอียดฉากหลังน่าจะพอๆ กัน แต่น่าจะดีกว่า (เพราะเมก้ามายผมดูบลูเรย์ แล้วฉากหลังมันไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ การดูซํ้าเลยไม่ค่อยได้อรรถรสเท่าที่ควร) ตรงนี้อาจต้องขอดูอีกรอบเพื่อเก็บรายละเอียด แต่ในส่วนของความละเอียดนั้น ผมจำได้ว่าภาคแรกมีคนเคยติว่ารายละเอียดยังไม่สมจริงเท่าไหร่ ยังมีเหลี่ยมๆ อยู่ แต่ภาค 2 ไม่ต้องห่วง รายละเอียดถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก มีความสมจริงมากขึ้น และถ้าสังเกตดีๆ จะมองเห็นรายละเอียดเล็กน้อยได้ดีมาก

    ส่วนระบบเสียงนั้นทำออกมาอลังการได้ใจ ฉากระเบิดตู้มต้ามบางฉากทำเอาพื้นโรงหนังสั่นเลยทีเดียว มันก็ไม่ได้อลังการเท่ากับเรื่อง Tron (ที่ผมว่าระบบเสียงน่าจะอลังการที่สุดแล้วนะ) แต่ก็ถือว่าโอเคและยอดเยี่ยม ส่วนเพลง Theme นั้นก็ยังใช้แบบเดียวกับภาคแรก ทำให้คนดูนึกถึงกลิ่นอายของภาคแรกมาด้วยนั่นเองครับ และซาวแทรด ไม่ต้องคิดมาก ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

    ถึงแม้ว่าตัวหนังจะทำได้ยอดเยี่ยม แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลย อย่างแรกก็คือ ถึงจะมีการเอาตัวละครสำคัญทุกตัวเอามาเล่นในภาคนี้ แต่รู้สึกว่า 5 ผู้พิทักษ์นี้ อาจารย์พยัคฆ์ จะมีบทมากกว่าใครเพื่อน (เหมือนเอาใจแฟนๆ ซะด้วย) อาจารย์อสรพิษกับอาจารย์วานรนี่พูดได้น้อยมาก อยากให้มีบทมากกว่านี้ และเนื้อเรื่องนั้นยังขาดความสมดุลอยู่ ไม่ใช่เรื่องของโปที่มันเทพกังฟูเว่อร์ แต่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของเนื้อเรื่อง ที่ความจริงมันควรจะมีแบบนี้ แต่กลับไม่มี ซึ่งในสังคมจริงๆ มันต้องเป็นอีกแบบนั่นเองครับ

    สรุปง่ายๆ ว่า กังฟู แพนด้า 2 เป็นหนังอีกเรื่องที่เป็นทางเลือกให้ไปดูกัน อย่ามองว่ามันเป็นการ์ตูนเด็กๆ เหมือนภาคแรก แต่เนื้อหาในภาค 2 นี้จะเน้นครอบครัวด้วย โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ ดีไม่ดี คนไหนมีลูกแล้ว และไปดูด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับตัวเองอาจดีขึ้นก็ได้ สำหรับคนไหนที่ต้องการดูรอบเดียวจบ แนะนำไปดูในโรง ระบบ 3D แต่ถ้าต้องการไปดูในฐานะแฟน แนะนำระบบ 2D ธรรมดา เพราะจะได้กวาดตามองได้เยอะครับ ส่วนทางเลือกในการซื้อแผ่นนั้น ผมต้องขอเช็ดกับ S/F ที่จะแถมมากับบลูเรย์ก่อน เพราะผมไม่ไว้ใจที่ค่ายยูไนเตทเอาหนังของดรีมเวิร์คมาขายบลูเรย์แล้วหละครับ ไม่คุ้มเลย

    จุดเด่น
    - ยังคงความมันส์ ความฮา เหมือนเดิม แต่มีให้มากยิ่งขึ้น
    - ฉากซึ้งกระแทกอารมณ์ได้มาก
    - เนื้อหาของหนังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
    - ระบบภาพและเสียงยังทำได้ยอดเยี่ยม
    - ความอลังการของฉากมีมากขึ้น เติมเต็มเรื่องราวมากขึ้น

    ข้อเสีย
    - ซับไทยทำไม่สวย แต่ก็ยังไม่ห่วยแตกเท่าเรื่องแรงโก้
    - บทตัวละครเน้นอาจารย์พยัคฆ์เยอะไป
    - ยังขาดความสมดุลในเรื่องเหตุผล

    คะแนน - 9.6 / 10.00

  • เมื่อ 30 พ.ค. 54 17:59

    สนุกกว่าภาค 1 เยอะนะ ตลกดี ฉากแอ็คชั่นเยอะดีชอบ
    พอบทซึ้งก็ซึ้งดีจริงๆ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 30 พ.ค. 54 15:40

    ชอบเรื่องนี้มาตั้งแต่ภ่าคแรก พอได้ดูภาคสองก็หลงรักการ์ตูนเรื่องนี้เต็มหัวใจ ทุกตัวละครน่ารัก เนื้อเรื่องลงตัว ภาพสวย มีครบทุกรสชาติ ขอเก็บไว้เป็นการ์ตูนในดวงใจเลยละกัน ^^

    In a peace.....

  • เมื่อ 29 พ.ค. 54 23:26

    โบตอนเด็ก ร้องอ้อแอ๊ๆ น่ารักดี ครับ
    ตอนโต ซื่อบื้อ ซะมัด

    สิ่งที่ ผม กลัว คือ หนังภาคต่อจะไม่สนุก แต่เรื่องนี้
    สนุกดี ตลก ชอบ
    ไม่รู้จะพูดอย่างไง
    ถ้าคิดจะไปดูโรง ไปดูได้เลย ครับ
    ถ้าจะรอดูแผ่นก็น่าเสียดายอยู่ น๊าาาา

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 29 พ.ค. 54 15:27

    เรื่องนี้แนะนำให้ดูเป็นภาษาไทยครับ
    เรื่องอื่นไม่รู้เหมือนกัน

    แต่ว่่าภาษาไทยของเรื่องนี้ ฮา...ศาสตร์มากๆๆ
    แนะนำสำหรับคนที่ลังเลอยู่
    รอบเช้าวันนี้คนยังแน่นเลย (เด็กๆทั้งน๊านนนนน)
    ให้ 10/10 ครับ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 29 พ.ค. 54 12:37

    สนุกแบบ1000/10เลยอ่ะ
    ดูแล้วฮามาก
    เด็กข้างๆเด็กต่างชาติอ่ะขำแบบดูซะคุ้มเลย
    เหมาะกับทุกวัยจริงๆ
    ชอบมุขมากๆ ฮ่าๆ
    บางอย่างเราก็จำมาเล่นนะ

    แจ้งลบ
  • เมื่อ 29 พ.ค. 54 00:27

    ไม่เสียเงินดูเรื่องนี้ ก็ไม่รู้จะไปเสียเรื่องไหนแล้ว คำเดียวว่า สุดยอดที่สุด มี 10 ให้ 100 ครับ ภาคนี้สนุกกว่าภาค1 หลายเท่าเลย

    แจ้งลบ
มีทั้งหมด 37 วิจารณ์ หน้าที่ 2 [ก่อนหน้า] 1 2 3 4 [ถัดไป]
เขียนวิจารณ์
จะต้องลงชื่อเข้าใช้ระบบก่อน จึงจะเขียนวิจารณ์ได้
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+

advertisement

วันนี้ในอดีต

  • คู่กรรมคู่กรรมเข้าฉายปี 2013 แสดง ณเดชน์ คูกิมิยะ, อรเณศ ดีคาบาเลส, นิธิศ วารายานนท์
  • สังหรณ์สังหรณ์เข้าฉายปี 2003 แสดง อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, วรเวช ดานุวงศ์, กวี ตันจรารักษ์
  • Tears of the SunTears of the Sunเข้าฉายปี 2003 แสดง Bruce Willis, Monica Bellucci, Cole Hauser

เกร็ดภาพยนตร์

  • Unfriended - ถ่ายทำที่บ้านหลังเดียวโดยนักแสดงอยู่กันคนละห้อง อ่านต่อ»
  • Tomorrowland - ผู้กำกับ แบรด เบิร์ด เป็นตัวเลือกแรกที่จะให้กำกับ Star Wars: Episode VII - The Force Awakens (2015) แต่ แบรด ปฏิเสธข้อเสนอเพื่อกำกับภาพยนตร์เรื่อง Tomorrowland (2015) โดย แบรด บอกว่าหากคุณมีโอกาสกำกับภาพยนตร์ต้นฉบับก็ควรคว้าโอกาสเอาไว้ อ่านต่อ»

เปิดกรุภาพยนตร์

Six Minutes to Midnight Six Minutes to Midnight เรื่องราวสุดเข้มข้นของสายลับอังกฤษ กับภารกิจแฝงตัวในโรงเรียนนาซี เพื่อค้นหาความจริง และความลับที่อาจจุดชนวนสงครามโลกครั...อ่านต่อ»