เกร็ดน่ารู้จาก Dinner for Schmucks
เกร็ดน่ารู้
- เรื่องนี้มีต้นแบบเป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศส The Dinner Game (1998) ของผู้กำกับ ฟรานซิส เวแบร์ ซึ่งสร้างจากละครเวทีชื่อเรื่องเดียวกันของ ฟรานซิส เอง The Dinner Game ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ซีซาร์ อวอร์ด ปี 1999 ถึง 6 รางวัล และ ฟรานซิส คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปได้สำเร็จ
- จุดเริ่มต้นของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มจาก ผู้อำนวยการสร้าง ลอรี แมกโดนัลด์ และ วอลเตอร์ เอฟ. พาร์กส์ ชื่นชอบภาพยนตร์ฝรั่งเศส The Dinner Game (1998) ตั้งแต่เปิดตัวฉาย จึงพัฒนาบทภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อยมาจนได้มาหลายฉบับ จนกระทั่งพวกเขาเลือก เจย์ โรช เข้ามาเป็นผู้กำกับ และ เจย์ เลือก เดวิด กียง กับ ไมเคิล แฮนเดลแมน เข้ามาดัดแปลงบทภาพยนตร์ใหม่ตั้งแต่แรก จนได้บทภาพยนตร์ฉบับสุดท้ายที่ใช้ถ่ายทำ
- นอกจากจะมาเขียนบทให้ผู้กำกับ เจย์ โรช ในเรื่องนี้แล้ว คู่หูนักเขียนบท เดวิด กียง และ ไมเคิล แฮนเดลแมน ยังเขียนบทให้ภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ เจย์ กำกับในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือ Used Guys (2011)
- มือเขียนบท เดวิด กียง และ ไมเคิล แฮนเดลแมน อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนผู้กำกับ เจย์ โรช และผู้อำนวยการสร้าง ลอรี แมกโดนัลด์ และ วอลเตอร์ เอฟ. พาร์กส์ อาศัยอยู่ในอีกเมืองหนึ่ง คือลอสแอนเจลิส พวกเขาจึงต้องโทรศัพท์คุยงานกันราว 3-4 ชั่วโมงทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้าตามเวลาของลอสแอนเจลิส โดยเป็นเ่ช่นนี้อยู่นานหลายเดือน
- ภาพยนตร์เรื่องนี้มีบางส่วนแตกต่างจากต้นฉบับอย่าง The Dinner Game (1998) เช่น เดิมไม่มีฉากงานเลี้ยงอาหารเย็น แต่ผู้กำกับ เจย์ โรช เพิ่มฉากนี้เข้าไปโดยทำให้ดูเหนือจริงเล็กน้อย เดิมตัวละครเอกที่กำลังไต่เต้าในบริษัทเป็นคนทำหนังสือ แต่ในเรื่องนี้เขาเป็นนักวิเคราะห์การเงินชื่อ ทิม รับบทโดย พอล รัดด์ และเดิมตัวละครคนบื้อชอบสร้างแบบจำลองจากไม้ขีดไฟ แต่ในเรื่องนี้เขาสร้างแบบจำลองจากซากหนูสตาฟ เขาชื่อ แบร์รี รับบทโดย สตีฟ คาเรลล์
- สตีฟ คาเรลล์ แสดงเป็น แบร์รี โดยมีต้นแบบเป็น มหาตมะ คานธี อดีตผู้นำชาวอินเดีย ผสมเข้ากับหนึ่งในกลุ่มนักแสดงตลก เดอะ ทรี สตูเจส เพราะ แบร์รี ไม่มีความก้าวร้าวหรือหยาบคายเลย แต่การกระทำของเขากลับทำให้เกิดผลในด้านลบเสมอ
- พอล รัดด์ ผู้รับบท ทิม และ สตีฟ คาเรลล์ ผู้รับบท แบร์รี ไม่มีเวลาซ้อมบทด้วยกันมากนัก แต่การที่พวกเขาเป็นเพื่อนกัน และเคยร่วมงานกันใน Anchorman: The Legend of Ron Burgundy (2004) และ The 40 Year Old Virgin (2005) นั้นช่วยได้มาก โดยเฉพาะการที่ พอล อยู่กับ สตีฟ ตอนที่เขาโดนถอนขนหน้าอกระหว่างถ่ายทำ The 40 Year Old Virgin นั้น ทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนที่ไว้วางใจกันอย่างมาก
- ฉากที่ถ่ายทำยากที่สุดสำหรับผู้กำกับ เจย์ โรช คือฉากงานเลี้ยงอาหารเย็น เพราะมีตัวละครจำนวนมากมารวมตัวกัน นักแสดงทุกคนต่างเฝ้ารอให้ เจย์ บอกว่าพวกเขาควรทำอะไร แต่ เจย์ อยากให้พวกเขาแสดงออกไปและด้นมุกสดกันได้เลย เพราะเขาต้องการให้ฉากนี้ดูวุ่นวาย แต่ก็ต้องไม่วุ่นวายมากจนผู้ชมหมดความสนใจ ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำ 2 สัปดาห์ โดยตั้งกล้องหลายตัวไว้ตามจุดสำคัญ เพื่อให้ได้มุมกล้องที่ต่างกัน 2 มุมในทุกช็อต
- ตอนที่ผู้กำกับ เจย์ โรช เป็นอาจารย์สอนวิชากำกับภาพที่มหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย เขาพยายามเล่าเรื่องตลกก่อนเริ่มสอนทุกครั้ง ทำให้เขารู้ตัวว่าไม่มีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องตลกเลย แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันเป็นอุปสรรคในการกำกับภาพยนตร์ตลกอย่างเรื่องนี้ เพราะเขามักรู้ดีว่าอะไรทำให้เขาหัวเราะ และขณะทำงาน เขามักพยายามเข้าถึงความคิดของผู้ชมให้มากที่สุด
- ในช่วงต้นของการพัฒนาภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้สร้างวางแผนให้ ซาชา บารอน โคเฮน เข้า มารับบทนำ
- หลังจากแสดงรายชื่อผู้สร้างในตอนจบภาพยนตร์ มีฉากแถมสั้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่า เกิดอะไรขึ้นต่อไปกับกีตาร์เฟนเดอร์
- ในไดโอรามาหรือฉากจำลองเหตุการณ์จากซากหนูสตาฟฉากหนึ่ง มีขวดแชมเปญยี่ห้อดอม เปริญอง ที่มีชื่อว่า เวแบร์ ถือเป็นการอุทิศให้แก่ ฟรานซิส เวแบร์ ผู้กำกับและผู้เขียนบทภาพยนตร์ The Dinner Game (1998) ที่เป็นต้นแบบของภาพยนตร์เรื่องนี้
advertisement
วันนี้ในอดีต
คู่กรรมเข้าฉายปี 2013 แสดง ณเดชน์ คูกิมิยะ, อรเณศ ดีคาบาเลส, นิธิศ วารายานนท์
สังหรณ์เข้าฉายปี 2003 แสดง อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, วรเวช ดานุวงศ์, กวี ตันจรารักษ์
Tears of the Sunเข้าฉายปี 2003 แสดง Bruce Willis, Monica Bellucci, Cole Hauser
เกร็ดภาพยนตร์
- The Last Five Years - ใช้เวลา 21 วันในการถ่ายทำ และถ่ายทำฉากเพลง Goodbye Until Tomorrow ในวันสุดท้าย อ่านต่อ»
- Mad Max: Fury Road - ฉากเทคนิคพิเศษประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย แต่เป็นของจริงโดยใช้นักแสดงแทน ฉาก และการแต่งหน้าช่วย ส่วนที่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ใช้เพียงลบเชือก ตกแต่งพื้นที่ทะเลทรายนามิบ และสร้างแขนปลอมข้างซ้ายของ ชาร์ลีซ เธอรอน ผู้รับบท ฟิวริโอซา เท่านั้น อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
สีดา ตำนานรักโลงคู่
เรื่องจริงของโศกนาฎกรรมความรักของ ประโนตย์ (กฤษฎิ์สพล สุทธิหิรัญดำรงค์) ผู้ชายที่มีจิตใจเป็นหญิง หน้าตาสะสวยที่เติบโตมา...อ่านต่อ»