วิจารณ์ The Break-Up
-
aimtsu (เลขที่ 229506) เมื่อ 20 มิ.ย. 51 19:34
หนังน่ารักดีค่ะ ให้เเง่คิดหลายๆ มุม
ชอบนางเอกมาก ชอบทุกๆ เรื่องที่เจนนี่เเสดง
ส่วนใหญ่เจนนิเฟอร์ชอบเล่นหนังเเนว
โรเเมนซ์ คอมเมอดี้ บ่อยมาก
มาเจอเรื่องนี้อีก ก็ยังไม่ผิดหวัง
ส่วนพระเอก วินซ์ ปกติได้เล่นเป็น
พวกเพื่อนพระเอกซะเยอะ
มาเล่นเรื่องนี้เป็นพระเอกเต็มตัวซะที
ชอบเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้มากๆ
ทั้งสนุก ฮา เข้มข้น ซึ้ง มีหมดค่ะ
เรื่องเบื่อกันบ้าง เป็นธรรมดา
เเต่ยังไงก็ยังรักเค้าเนี่ยสิ
ใครที่ยังไม่เคยดู ต้องลองดูให้ได้น้า
ไม่ควรพลาด ๆๆ -
Break-Upจิงๆ (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 27 พ.ย. 49 17:26
ซึ้งมากๆ เรื่องนี้
เรื่องนี้บอกให้รู้เลยว่า
การแลกเปลี่ยนความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญของคู่รัก
และตอนจบนี่ชอบมากๆ
ไม่ไหวแล้วเรื่องนี้ชอบสุดๆ
ใครมีแฟนควรดูนะ
ถ้ายังไม่ได้ดู -
Ton (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 29 ก.ค. 49 22:29
ทั้งคนสปอยและคนที่อยากรู้ตอนจบนะครับ
เอ่อ คุณแค่ต้องการรู้ตอนจบอย่างรวดเร็ว แนะนำให้แชร์กับเพื่อนสัก12-13คนลงคนละ10บาท ให้หน่วยกล้าตายเข้าโรงแล้วมาบอกตอนจบดีกว่านะครับ ไวกว่ามานั่งรอคนสปอยตามจุดreviewแบบนี้ ซึ่งมันเลวร้ายยิ่งกว่าตัดโอกาสของคนบางคนไปนะครับ
ภาพยนตร์บางเรื่องอาจจะเป็นสิ่งจุดประกายให้บางคนออกก้าวเดิน ทำสิ่งใหม่ๆ หรือตระหนักถึงจุดที่เค้าพลาดไป การไปเฉลยเนื้อหามันเหมือนกับเป็นการลดประสิทธิภาพของภาพยนตร์ไปเยอะทีเดียวนะครับ
ภาพยนตร์บางเรื่องเช่นเรื่องนี้เค้าไม่ได้พยายามจะนำเสนอจุดจบว่าพระเอก นางเอกอยู่ด้วยกันหรือเปล่า?
สิ่งที่เค้าต้องการสื่อก็คือ ''จะเลวร้ายแค่ไหน ถ้าคุณไม่สื่อสารกับคนที่คุณรัก?''
ตอนแรกหนังเหมือนพยายามจะสื่อว่าการเลือกชีวิตคู่ก็เหมือนกับการเลือกภาพเขียนที่คุณต้องอยู่กับมันตลอดชีวิต ดังนั้นคุณต้องรักภาพนั้นอย่างจริงจังและจริงใจ
แต่ที่จริงแล้วการสื่อสารระหว่างคู่สมรสเหมือนกับการเข้าใจความหมายที่แฝงในภาพเขียน นั้นคือ''การเข้าใจซึ่งกันและกัน''
นี้สิ องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของชีวิคแต่งงาน
เพราะฉะนั้นคุณควรเริ่มที่จะสื่อสารกับคนที่คุณรัก พยายามเข้าใจว่าที่จริงเค้าต้องการอะไร ไม่ใช่มาแปลอวัจภาษาจากคนที่คุณรักอย่างผิดๆถูกๆและเข้าใจฝ่ายเดียวจนไปกระทำความผิดพลาดเพราะการเข้าใจเพียงฝ่ายจนกลายเป็นความเข้าใจผิดที่รุนแรงนะครับ
นี้สิ สิ่งที่คุณควรได้จากหนัง ซึ่งคำพูดห่วยๆของผมก็ยังไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งดีๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าไปดูเอง
แต่คุณคงไม่สามารถได้สิ่งดีๆเต็มที่จากหนัง เพราะคุณเลือกที่จะรู้ตอนจบและพอกับการได้''แกล้งว่า''รู้เรื่องหมดแล้วเพื่อโชว์เพื่อนๆว่าคุณ''เหมือน''ไปดูมาแล้วเพื่อกระตุ้นขบวนการสนทนาในกลุ่มก็เชิญครับ -
AoJO* (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 26 ก.ค. 49 21:23
เพิ่งกลับมาจากดูเรื่องนี้ค่ะ ชอบจังเลย มันทำให้เราเข้าใจทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นแบบนางเอกในเรื่องนะคะ คือเราจะไม่ชอบบอกความรู้สึกหรือสิ่งที่เราต้องการที่แท้จริงให้ผู้ชายทราบ ชอบที่จะให้เค้ารู้เอง ส่วนผู้ชายก็ประมาณมีอะไรก็ต้องบอก ไม่บอกก็ไม่รู้ ดูแล้วชอบนะ กลับมาก็เข้าใจนิสัยแฟนมากขึ้น เป็นหนังใน Weekend นี้อีกเรื่องที่ดูแล้วไม่เสียดายตังค์คะ
-
tumray (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 24 ก.ค. 49 13:45
คำเตือน: บางส่วนของคำวิจารณ์นี้เหมาะกับผู้ที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเท่านั้น ไม่เคยชอบ เจนนิเฟอร์ อนิสตันมาก่อนเลย..จนมาเรื่องนี้ดูแล้วชอบเธอจัง..สง่า มีเสน่ห์ หุ่นดี..และตาสวย..หนังดูสนุกดีครับ...แต่น่าจะทำได้สนุกกว่านี้ทั้งๆที่บทเอื้อให้อยู่แล้ว..วินช์ วอห์นมาดูดีเอาตอนจบครับ...บางทีการเป็นเพื่อนกันสำหรับบางคนก็อาจคบกันได้นานกว่าครับ..
-
Jak (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 22 ก.ค. 49 11:28
ช่องว่างจะถูกเติมเต็มได้ถ้าเราเปิดหู เปิดตา และเปิดใจคุยกันมากขึ้น อย่างที่ในหนังแสดงให้เห็นในตอนจบ ก็ดีครับ แต่วัยรุ่นอาจไม่เข้าใจหรืออาจจะเบื่อไปเลยก็ได้ คนดูเรื่องนี้ถ้าเป็นคนที่แต่งงานแล้วจะเข้าใจกันมากขึ้น เพราะคนเราอยู่กันไปนานตัวตนที่แท้จริงจะเปิดเผย ถึงแม้เราจะพยายามเปลี่ยนอย่างไรเราทำไม่ได้หรอกครับ เพราะสักวันมันก็กลับไปเป็นเหมือนเก่า แต่สิ่งที่นางเอกทำก็คือเข้าใจพระเอก และปล่อยเขาให้เป็นไปในแบบที่เขาเป็น เพราะมันต้องเข้าใจกันและมันจะอยู่ด้วยกันได้ยืด!
-
hgiu (ไม่ได้เป็นสมาชิก) เมื่อ 22 ก.ค. 49 08:36
ไปดูมาแล้ว น่ารักมากๆๆ หนังดีนะ เข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ดี ดูแล้วขำ แบบว่าแอบโดน เหมือนเราเลย ตอนจบก็ดีมากๆๆ เว้นช่องว่างให้คนดูคิดดี แนะนำๆๆๆ
เป็นสมาชิกอยู่แล้ว ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกใหม่
หรือจะลงชื่อเข้าใช้ระบบด้วย Google+ หรือ Facebook ก็ได้
Facebook | Google+
advertisement
วันนี้ในอดีต
คู่กรรมเข้าฉายปี 2013 แสดง ณเดชน์ คูกิมิยะ, อรเณศ ดีคาบาเลส, นิธิศ วารายานนท์
สังหรณ์เข้าฉายปี 2003 แสดง อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, วรเวช ดานุวงศ์, กวี ตันจรารักษ์
Tears of the Sunเข้าฉายปี 2003 แสดง Bruce Willis, Monica Bellucci, Cole Hauser
เกร็ดภาพยนตร์
- The Last Five Years - ใช้เวลา 21 วันในการถ่ายทำ และถ่ายทำฉากเพลง Goodbye Until Tomorrow ในวันสุดท้าย อ่านต่อ»
- Mad Max: Fury Road - ฉากเทคนิคพิเศษประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย แต่เป็นของจริงโดยใช้นักแสดงแทน ฉาก และการแต่งหน้าช่วย ส่วนที่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ใช้เพียงลบเชือก ตกแต่งพื้นที่ทะเลทรายนามิบ และสร้างแขนปลอมข้างซ้ายของ ชาร์ลีซ เธอรอน ผู้รับบท ฟิวริโอซา เท่านั้น อ่านต่อ»
เปิดกรุภาพยนตร์
สีดา ตำนานรักโลงคู่
เรื่องจริงของโศกนาฎกรรมความรักของ ประโนตย์ (กฤษฎิ์สพล สุทธิหิรัญดำรงค์) ผู้ชายที่มีจิตใจเป็นหญิง หน้าตาสะสวยที่เติบโตมา...อ่านต่อ»